Homemade Peanut Butter

posted on 22 Sep 2008 11:39 by googigg in Menu, The-Hotness

เมื่อพูดถึง "เนยถั่ว" หรือ "Peanut Butter" เชื่อว่าคงเป็นของโปรดของหลายๆ คน ซึ่งก็รวมถึงผมด้วย เพราะความที่มันหอม มัน อร่อย นั่นเองครับ

แต่เนยถั่วที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดราคาค่อนข้างสูง ยิ่งเศรษฐกิจอย่างนี้จะซื้อกินทีก็ต้องคิดมากหน่อย

วันดีคืนดีก็ไปอ่านฉลากข้างขวดว่ามันมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ก็พบว่ามันใช้แค่ไม่กี่อย่างเอง อีกอย่างเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าในถั่วมีน้ำมันเยอะ ถ้าบดละเอียดๆ น้ำมันก็จะออกมาเอง เลยคิดว่าน่าจะทำได้ ไม่น่าจะยาก(มั้ง)

 

ว่าแล้วก็เตรียมของ พร้อมที่จะทำ ...

 

 

 

ส่วนประกอบ:
- ถั่วลิสงอบเกลือ 1 ถุง (180 กรัม)
- น้ำผึ้ง ประมาณ 1.5 - 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ เล็กน้อย

ด้วยความที่เป็นพ่อครัวที่แสนจะขี้เกียจ ผมเลยซื้อถั่วที่อบและผสมเกลือสำเร็จรูปมาแล้ว เพราะฉะนั้นผมจะใส่เกลือตอนทำเพิ่มอีกนิดเดียวครับ
..ถ้าใครขยันก็สามารถซื้อถั่วมาคั่วเองได้ครับ จะถูกลงอีกเยอะเลย

ปกติผมจะชอบเนยถั่วแบบหยาบครับ ผมก็เลยแบ่งถั่วส่วนนึงมาปั่นแบบหยาบๆ ก่อน

ได้ออกมาเป็นแบบนี้ครับ พักไว้ก่อน เดี๋ยวจะเอาไปผสมทีหลัง
..ดูเหมือนจะละเอียดไปหน่อย

จากนั้นก็นำถั่วที่เหลือทั้งหมดใส่โถปั่นได้เลย

ปั่นไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มเหมือนถั่วป่นที่ใส่ก๋วยเตี๋ยวแล้วครับ

เติมน้ำผึ้ง แล้วปั่นต่อ

เริ่มละเอียดมากขึ้นแล้ว แต่ยังคงปั่นต่อไปเรื่อยๆ

สังเกตตรงกลาง เริ่มจะเป็นครีมๆ แล้ว

ปั่นต่ออีกครับ ปั่นไปชิมไป ให้ได้รสตามต้องการ

เสร็จแล้วจะได้ออกมาหน้าตาอย่างนี้

พอจะเหมือนกับที่เค้าขายมั้ยครับ

Zoom Zoom

หาขนมปังมาซัก 2 แผ่น ปิ้งพอเกรียมๆ

ทาเนยถั่วตามแต่ใจต้องการ

ดูใกล้ๆ อีกที .. น่ากินมั้ยครับ

เออออออ อร่อยเหมือนกันแฮะ

 

= ตบท้าย =
ปั่นนานมากกกกก กว่าจะละเอียดจนเกือบเป็นครีม
ลักษณะเนื้อมันจะไม่ละเอียดเหมือนอย่างที่เค้าขายกันนะครับ เข้าใจว่าคงต้องมีเครื่องมือหรือวิธีการที่ดีกว่านี้
และด้วยความที่ปั่นเท่าไรก็ไม่ละเอียดซะที ผมเลยเอาถั่วที่ปั่นเก็บไว้ส่วนแรก (ที่ตั้งใจจะเอามาผสมทีหลังทำเป็นเนื้อหยาบน่ะครับ) ปั่นรวมกันไปหมดเลย โมโห (ดูเหมือนจะล้มเหลว)
แถมแอบขี้โกงโดยใส่น้ำมันมะกอกลงไปด้วยหน่อยนึง เพื่อความง่ายต่อการปั่น เพราะมันจะได้จับตัวกันเร็วขึ้น
ที่ฉลากเค้าบอกว่าใส่น้ำตาล แต่ผมเปลี่ยนมาเป็นน้ำผึ้งแทนครับ
ปั่นเสร็จแล้ว มาคิดๆ ดู ไม่รู้ว่าจะคุ้มรึป่าวที่อุตส่าห์นั่งปั่นเอง เพราะปั่นนานมากๆๆ คงเปลืองไฟน่าดู 555

 

################################################

ประโยชน์:

ถั่วลิสง เป็นพืชตระกูลถั่วที่มีคุณค่าทางอาหารสูงอีกชนิดหนึ่ง ทั้งนี้เพราะเมล็ดถั่วลิสงมีโปรตีนประมาณ 30 % น้ำมันประมาณ 47 % แต่มีคาร์โบไฮเดรทต่ำประมาณ 12 %

ถั่วลิสงซึ่งมักถูกดูหมิ่นว่า เป็นแค่ของขบเคี้ยวพื้นๆ ได้รับการเชิดชูจากนักวิจัยว่า แท้จริงมันมีคุณค่าทางอาหารเป็นชั้นเลิศ อุดมด้วยตัวสารล้างพิษไม่แพ้ ยอดผลไม้อย่างผลสตรอเบอร์รี่

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยฟลอริดาแห่งสหรัฐฯ ได้ออกประกาศนียบัตรให้มันว่า มันมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ที่มีสรรพคุณเป็นตัวล้างพิษ ช่วยป้องกันเซลล์ ไว้ไม่ให้เสียหาย อันอาจจะทำให้ถึงกับเป็นโรคหัวใจและมะเร็งได้อยู่อย่างอุดม นอกจากนั้น มันยังอัดแน่นด้วยโปรตีนและไขมันประเภทที่เป็นคุณด้วยสารพวกแอนตี้ออกซิ แดนต์ เป็นสารที่เกิดในพืชตามธรรมชาติ มีประโยชน์ช่วยป้องกันรักษาร่างกายไว้จากสารอนุมูลอิสระที่เป็นพิษ ซึ่งเป็นสารเคมีที่แปรรูปได้ง่ายในเลือด

เดิมทีเพียงแต่รู้กันมาก่อนว่า อาหารที่อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนต์ ได้แก่ ผักผลไม้ที่มีสีส้มและสีแดง แต่บัดนี้นักวิจัยก็เพิ่งมาพบว่า ถั่วลิสงก็มีอยู่ด้วย พวกเขาได้พบว่ามันอุดมด้วยสารโพลีฟีนอล อันเป็นสารเคมีที่พบอยู่ตามอาหาร ที่มีคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษสูง โดยเฉพาะได้พบว่า มันมีสารโพลีฟีนอลชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่ากรดพีคูมาริก ซึ่งถั่วลิสงคั่วจะยิ่งมีปริมาณกรดนี้สูงขึ้น เลยทำให้มันมีสารที่มีคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษสูงรวมกันแล้วมากถึง 22%

นักวิจัยสตีฟ ทัลคอตต์ กล่าวว่า "เราก็เชื่ออยู่ว่าถั่วลิสงต้องมีพวกแอนตี้ออกซิแดนต์มาก แต่เราก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า มันมีสูงพอกับผลไม้หลายชนิด เทียบชั้นกับพวกอาหารที่ถือกันว่ามีสารเหล่านี้สูงด้วยกันอันได้แก่ผลไม้ แล้ว มันจะยู่ในฐานะขั้นกลางๆทีเดียว"

ศาสตราจารย์วิชาโภชนาศาสตร์ แนะให้กินถั่วลิสงกันเป็นประจำ ที่สำคัญ นอกจากไม่ทำให้ อ้วนแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจได้อีกด